Sunscreen protection…ครีมกันแดดอาวุธลับผิวสวย

คุณผู้อ่านทราบกันหรือไม่คะว่ากันแดดเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผิวของเราไม่แก่ก่อนวัย….

ยังมีหลายคนที่ยังคงเข้าใจกันผิดในเรื่องของครีมกันแดดว่าหากไม่ทาก็แค่ผิวไม่ดำ แต่รู้มั้ยคะว่าแสงแดดมีภัยร้ายกับผิวของเรามากกว่านั้น ผลข้างเคียงในระยะสั้นก็คือ ผิวหนังแดง (Erythema) หรือแสบไหม้ (Sunburn) ผิวหนังคล้ำ (Pigmentaton) ส่วนผลข้างเคียงในระยะยาวก็คือ ผิวหนังชราจากแสงแดด (Photoaging) รวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะเป็นมะเร็งผิวหนัง (Skin Cancer)

 

หัวใจสำคัญช่วยป้องกันแดด

SPF (Sun Protection Factor) เป็นตัวระบุระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVB หรือ ก็คือจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตนี้ได้หลังจากทาครีมกันแดดแล้ว โดยปรกติผิวของเราจะทนการออกแดดได้ 20-30 นาที ถ้าหากว่าเราทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ผิวของเราจะสามารถทนต่อแสงได้ 30*30 = 900 นาที หรือประมาณ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูไลฟ์สไตล์ด้วยนะคะ หากวันนั้นไปไหว้น้ำ หรือเหงื่อออกเยอะ ก็คิดไปเลยค่ะว่าที่เราทาไปนั้นไม่เพียงพอ ยิ่งเวลาไปเล่นน้ำนี่ต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

PA (Protection Of UVA) หรือการวัดค่าการปกป้องรังสี UVA เป็นค่ามาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น ใช้ป้องกันอันตรายจากรังสี UV-A ตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย จุดด่างดำ โดยตัวบ่งชี้ค่าของการวัดการปกป้องของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวจะเป็นช่วง ตั้งแต่ 1 – 8  โดย ค่า 1 หมายถึงมีการปกป้องน้อยที่สุด ค่า PA จะสัมพันธ์กับเครื่องหมาย +  ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็น PA+++

PPD (Persistant Pigment Darkening)   เป็นการวัดค่าการปกป้องรัสี UVA  ปกติค่า PPD ควรอยุ่ที่ 8-10 ค่าที่สูงมากก็ใช่จะดีเสมอไป คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดว่าครีมกันแดดที่ดี ค่า PPD เมื่อนำไปหารกับ SPF แล้วควรได้ค่าที่ไม่เกิน 3 แต่หากไม่รู้ค่า PPD ที่แน่ชัด ให้สังเกตส่วนผสมต่อไปนี้ Mexoryl XL, Tinosorb, Titanium Dioxide, Zine Oxide, Avobenzone และ Oxybenzone เพราะเป็นส่วนผสมที่กันรังสียูวีเอได้ดีค่ะ

IMG_7119

 

วิธีการเลือกครีมกันแดด

ครีมกันแดดที่ดีควรมีประสิทธิภาพป้องกันทั้ง UVA และ UVB ซึ่งเราสามารถดูได้จากค่า SPF และค่าที่บอกประสิทธิภาพป้องกัน UVA ซึ่งได้แก่ IPD,PPA,PI เป็นต้น การเลือกครีมกันแดดนั้นควรเลือกให้สอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเรา ดูว่าในแต่ละวันเราออกแดดมากน้อยเพียงใด หากเราต้องออกแดดเป็นประจำ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และมีค่า PA+++ หรือมีสัญลักษณ์ UVA อยู่ในวงกลม ซึงหมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นป้องกัน UVA ได้ดี ควรเลือกกันแดดที่สามารถป้องกันน้ำได้ด้วยค่ะ เผื่อเหงื่อไหลไคลย้อย กันแดดจะได้ทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม

 

วิธีการใช้ครีมกันแดด

ควรทากันแดดก่อนออกแดด 30 นาที และควรทาให้ทั่วครีมกันแดดให้ทั่ว มีการศึกษาพบว่าบริเวณที่เรามักละเลยการทากันแดดได้แก่ บริเวณขมับ 2 ข้าง บริเวณขอบบนของใบหู การทาครีมกันแดดบริเวณใบหน้าควรทาปริมาณ 1 กรัม (บีบคีมกันแแดดออกมา 2 ข้อ นิ้วมือ หรือเท่ากับเหรียญ 10 บาท) หากต้องการทาทั้งตัว ควรทาปริมาณ 30-35 กรัม และควรทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

 

IMG_7114

La Roce -Posay Anthelios XL Dry Touch gel-cream SPF 50+

ผู้เขียนใช้กันแดด  La Roce -Posay Anthelios ปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB ใช้มาเป็นหลอดที่ 3 แล้วค่ะ  ส่วนนี่คือรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่าย ชอบมากกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะเนื้อครีมซึมลงสู่ผิวได้ทันที แม้ใช้ในปริมาณที่ค่อนข้างมากก็ซึมไว ไม่ทิ้งคราบขาวและมันวาว ไม่เหนียวเหนอะหนะถึงแม้ว่าเป็นเนื้อครีมก็ตาม

IMG_7115

Eucerin Sun Fluid SPF 50+  Mattifying

Eucerin Sun Fluid SPF 50+  Mattifying เนื้อ Fluid  ปริมาณในการใช้แต่ละครั้งเทออกมาให้ได้ประมาณเหรียญ 10 บาท เนื้อครีมซึมลงสู่ผิวได้ดีเพราะเป็นเนื้อโลชั่น เป็นสูตรออยฟรี ระหว่างวันไม่ทำให้หน้ามัน ไม่เหนียวเหนอะหนะและช่วยปกป้องได้ดี

IMG_7120

Etude House Sun-Price Cooling Body Sun Spray SPF50+ PA+++

Etude House Sun-Price Cooling Body Sun Spray SPF50+ PA+++  สรรพคุณป้องกันแสงแดดครบถ้วน ที่ชอบแบบสเปรย์เพราะว่าเนื้อจะเบาสบายกว่าแบบครีม สเปรย์ลงผิวแล้วจะรู้สึกเย็น ไม่ทิ้งคราบขาวๆ และไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะ และยังกันน้ำกันเหงื่อได้อีกด้วยค่ะ

ฝากไว้ให้กับคุณผู้อ่านที่อยากให้ผิวสวยๆ อยู่คู่ไปกับเรานานๆ ฝ้ากระ จุดด่างดำ ริ้วรอยไม่มาไวจนเกินไป ออกจากบ้านทุกครั้งอย่าลืมทาครีมกันแดด

Sunscreen protection…ครีมกันแดดอาวุธลับผิวสวย

มาเรียนรู้ศัพท์เครื่องสำอางกันเถอะ

Sunscreen protection…ครีมกันแดดอาวุธลับผิวสวย

คิ้ว 3 มิติ เรื่องคิ้วๆ ที่จะทำให้เรา Cute

Newer post

Post a comment