แบกเป้เที่ยวเองนั่งรถไฟไปฮาร์บิ้น พร้อมแนะนำเทคนิคการจองตั๋ว

หนาวนี้พาไปลุย -32 องศา ที่ฮาร์บิน

 

เมื่อหลายปีก่อนมีเพื่อนที่รักคนหนึ่งเอาหนังสือของคุณนิ้วกลมมาให้อ่านชื่อ “นั่งรถไฟไปตู้เย็น” เป็นหนังสือเล่มแรกที่ทำให้รู้จักเมืองฮาร์บิน ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องของคุณนิ้วกลมที่สนุก และสอดแทรกมุมมองและทัศนคติของคุณนิ้วกลมเข้าไปด้วย ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นแรงบันดาลใจในการเดินทางของเรามาก ผ่านมาหลายปีวางแผนว่าจะไป ว่าจะไป ก็ไม่มีโอกาสได้ไปเสียที จนล่าสุดเรียกว่าฉุกละหุกก็เป็นได้ เพราะวางแผนกัน 1 อาทิตย์แล้วออกเดินทางเลย (พอไม่มีแผนทุกอย่างก็ง่ายดาย)

 

3unnamed

 

การเดินทางไปฮาร์บินในครั้งนี้เราเริ่มต้นที่ปักกิ่งค่ะ ถ้าตามหนังสือของคุณนิ้วกลมแล้วเขาเริ่มที่เซียงไฮ้ (ขอแอบนอกแผนบ้างอะไรบ้าง) จากจุดนี้คุณผู้อ่านสามารถเลือกการเดินทางไปได้ 2 วิธีคือทางรถไฟ กับเครื่องบิน ซึ่งราคาค่าโดยสารนั้นถ้าเป็นรถไฟก็จะมีราคาที่แน่นอน แต่หากเป็นเครื่องบินราคาก็ผกผันไปแล้วแต่สายการบินและโปรโมชั่นในช่วงเวลานั้นๆ ค่ะ สายการบินภายในประเทศของจีนที่เดินทางไปฮาร์บินก็มีให้เลือกเยอะมาก โดยในขาไปนั้นทรายได้เลือกเดินทางโดยรถไฟและกลับโดยเครื่องบิน

อันดับแรกก่อนที่เราจะจองตั๋วเราต้องทราบความต้องการของเราก่อนค่ะว่าเราจะเริ่มต้นเดินทางจากที่ไหน พาหนะอะไร ต้องการเดินทางกี่โมง ข้อมูลเบื้องต้นพวกนี้เราสามารถเข้าไปเช็คได้ที่ www.travelchinaguide.com

 

Screen shot 2557-01-08 at 0.19.04

 

อย่างของเราต้องการเดินทางด้วยรถไฟจากปักกิ่ง-ฮาร์บิน ก็ใส่รายละเอียดลงไปว่าอยากเดินช่วงไหน ของเราเลือกเป็นเดินทางตอนกลางคืน ไปถึงเช้า ระบบก็จะประมวลผลออกมาว่ามีกี่เที่ยวที่ออกเดินทางช่วงดึก พร้อมบอกคลาสที่นั่งและราคามาให้เสร็จสรรพ จากในตารางเราจะเห็นว่ามีหลายคลาสมาก เราสามารถเลือกได้ตามกำลังทรัพย์ค่ะ

Hard Seat = เบาะที่นั่งค่อนข้างแข็ง เป็นแบบนั่งอย่างเดียวไม่มีที่นอน ปรับเอนไม่ไได้ทั้งสิ้น  ราคา 156 CNY

Hard Sleeper = ใน 1 ตอนจะมี 2 แถวหันหน้าเข้าหากัน และมีที่นอน 3 ชั้นคือ ชั้นบน กลาง และล่าง ราคา 288.5 CNY

Soft Sleeper = ใน 1 ตอน จะมี 2 แถวหันหน้าเข้าหากัน และมีที่นอน 2 ชั้นคือ ชั้นบน และชั้นล่าง ราคา 440.5 CNY

Luxury Soft Sleeper = ใน 1 ตอน จะมี 2 แถวหันหน้าเข้าหากัน นอนกันสบายๆ มีห้องน้ำในตัว ราคาก็ลักชัวร์รี่มาก 865.5 CNY

 

สำหรับการจองตั๋วการเดินทางต่างๆ เราได้จัดการซื้อล่วงหน้าไปจากประเทศไทยทั้งหมด โดยซื้อตั๋วผ่านเอเจนซี่http://www.knowchinese.com/ เพราะในช่วงเทศกาลหิมะและน้ำแข็งที่เมืองฮาร์บินจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันเยอะมาก การที่เราจะไปซื้อตั๋วเอาปลายทางคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เผลอๆ อาจจะอดเที่ยวได้ง่ายๆ เพราะตั๋วเต็ม

 

Screen shot 2557-01-08 at 0.04.07

Screen shot 2557-01-08 at 0.09.24

 

เข้าหน้าแรกก็เข้าไปเลือกจองซื้อตั๋วเครื่องบิน/รถไฟในจีน โดยเราก็บอกไปว่าต้องการเดินทางจากเมืองไหน ไปที่ไหน จะไป-กลับ หรือไปเที่ยวเดียว กรอกรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้วส่งเมลล์ไป ทางเอเจนซี่่ก็จะเมลล์รายละเอียดกลับมาให้ว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หลังจากนั้นเราก็โอนเงินไปให้เขาจัดการค่าตั๋วให้เรา (ไม่รับบัตรเครดิตร)

 

unnamed

 

หลังจากนั้นเราจะได้รับเป็นเอกสารยืนยันการจองซื้อตั๋ว เป็นหมายเลข Booking No. ซึ่งเราต้องเอาบุ๊คกิ้งนี้ไปรับตั๋วรถไฟที่สถานีค่ะ ของเราเดินทางจาก Beijing Railway Station  คำแนะนำก็คือให้ไปก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมงค่ะ ไปขึ้นตั๋วก่อน แล้วหลังจากนั้นก็ดูว่ารถไฟจะเข้าชานชาลาที่เท่าไหร่ ตารางที่โชว์การเดินรถจะเป็นภาษาจีนทั้งหมด ให้เราสังเกตจากชื่อขบวนค่ะ อย่างของเราคือ Z15 เขาก็จะบอกว่าชานชาลาไหน ที่นี่จะเรียกขึ้นรถค่อนข้างเร็ว เหมือนบอร์ดดิ้งก่อน 30 นาทีอะไรแบบนั้น

 

1520662_10151913513418925_882142765_n

จากในรูปฝั่งขวามือเลข 05 011 คือ โบว์กี้ที่ 5 เลขที่นั่ง 11

P1010485

 

เราจอง เป็นแบบ Soft Sleeper 1 ห้อง จะมี 4 เตียงค่ะ ในห้องก็จะสามารถเก็บกระเป๋าเดินทางได้ข้างบน 2 ใบ แต่ต้องใบไม่ใหญ่มากนะคะ เกิดปัญหาขึ้นมาทันทีเพราะกระเป๋าเดินทางของเรามีใบใหญ่มาก 1 ใบ ไม่สามารถเก็บในช่องเก็บกระเป๋าได้ เลยเอากระเป๋าใบใหญ่ซุกไว้ตรงโต๊ะกลางเข้าได้พอดีเป๊ะ โชคดีมากที่ผู้ร่วมขบวนไม่มีใครบ้าสมบัติเหมือนเรา ไม่อย่างนั้นกระเป๋าเต็มห้องไม่มีที่เก็บจะเดิน จะนั่งก็ลำบาก

 

P1010487

เตียงนอน 2 ชั้น ตอนแรกก็กังวลใจเหมือนกันว่าจะนอนหลับหรือไม่ เพราะปรกติเป็นคนหลับยากพอสมควร แต่รถไฟนอนของจีนหลับสบายมาก เตียงอุ่น ผ้าห่มอุ่นแม้หมอนจะเตี้ยไปนิดแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ในช่วงเริ่มเดินทางก็จะมีพนักงานเดินมาขายอาหารมื้อค่ำ ส่วนมากก็จะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทานร้อนๆ ก่อนนอนอุ่นท้องหลับสบาย การนอนในห้องแบบนี้ดีมากค่ะไม่ได้กลิ่นบุหรี่เลย เพราะปรกติคนจีนจะสูบบุหรี่กันทุกที่ทุกเวลา ก่อนจะนอนพนักงานก็จะมาแลกตั๋วรถไปก่อน คงจะดูว่าเราลงที่ไหนแล้วพอใกล้ถึงตอนเช้าเขาจะมาปลุกด้วยการแลกตั๋วรถไฟคืน เขาจะปุกเราล่วงหน้าประมาณ 30 – 40 นาที ก่อนถึงสถานีค่ะ ให้เราได้ล้างหน้า แปรงฟัน ทำภาระกิจเตรียมแพคตัวต้านภัยหนาว เพราะพอพ้นจากโบว์กี้ไปแล้วนี่คือหนาวของจริง

P1020506

ก่อนจะลงอาหมวยที่เดินทางมาด้วยกันถามเราว่าข้างใส่เสื้อกี่ชั้น แล้วเสื้อหนาวเป็นแบบไหน และพอเห็นรองเท้าเราเท่านั้นแหละบอกว่าให้ไปซื้อใหม่เอาไม่อยู่หรอกและจะลื่นหกล้มเสียเปล่าๆ เพราะรองเท้าแบบนี้เดินบนหิมะและน้ำแข็งมันไม่เกาะถนน ว่าแล้วหมวยก็ใส่เสื้อและรองเท้าโชว์ เสื้อขนเป็ดแหนมๆ แบบมิชลิน และรองเท้าบู้ทบุขนๆ ข้างในรุ่นโคตรอุ่น ดอกยางใหญ่ๆ เดินเกาะถนนลงจากรถไป

หันมามองตัวเองบ้างอุปกรณ์กันหนาวของเราคือเสื้อ The North Face รุ่นHyvent คนขายโฆษณาว่ากันหนาวได้ถึง -5  แต่ถ้าข้างในดีๆ ก็สามารถกันได้ถึง -10  ด้านในเราใส่เสื้อทั้งหมด 4 ชั้น เป็นเสื้อ Heattech จาก Uniqlo ช่วยเก็บความร้อนในร่างกายทำให้อบอุ่น และเสื้อกันหนาวตัวนี้ช่วยกันลมได้ดีมากค่ะ  ส่วนกางเกงนั้นเราใส่ลองจอนฮีทเทค  2 ชั้น ด้านนอกเป็นยีนส์ อุ่พอประมาณ ยังรู้สึกว่าเย็นมากๆ แต่ยังอยู่ในระดับที่ทนได้ แต่รองเท้าบู้ทคู่ที่เห็นในรูปนี้เดินไม่รอดจริงๆ ค่ะ เดินคอยแต่จะลื่นล้มตลอดเวลาอันตรายมาก

 

2unnamed

 

แผ่นแปะให้ความร้อน และถุงทรายให้ความร้อน 2 อย่างนี้ เป็นไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได่ แผ่นแปะให้ความร้อนรูปขวามือเราใช้แปะบริเวณนิ้วเท้าค่ะ เพราะตรงบริเวณปลายเท้าจะรับรู้ความหนาวได้เร็วเป็นพิเศษ เวลาปิดก็หุ้มฝ่าเท้าไปเลย ปล.ห้ามติดบนผิวหนังโดยตรง ไม่งั้นผิวแหกจะหาว่าไม่เตือน  และใส่ถุงเท้าทับอีก 1 ชั้นกันมันเลื่อนหลุด แผ่นแปะรุ่นนี้หาซื้อในจีนค่ะตามร้าน Watsons ก็มีขายถุงนึงไม่เกิน 20 CNY มีทั้งหมด 6 แผ่น ราคาถูกกว่าบ้านเราค่ะ ส่วนถุงทรายมีทั้งหมด 5 คู่ ราคาไม่เกิน 15 CNY เอาใส่กระเป๋าเสื้อไว้กำให้มืออุ่นๆ เพราะเวลาถ่ายรูปทีนึงมือเย็นจนแข็งไปหมด ได้ถุงทรายกำอุ่นๆ ช่วยชีวิตได้ดีมากค่ะ

1511277_10152502691159115_1580694596_n

รองเท้ารุ่นหนาฮาบิ้น หลังจากที่เดินเกือบทิ่มเราก็จัดแจงหารองเท้าคู่ใหม่ทันทีราคา 98 CNY หรือประมาณ 500 บาท! พื้นดอกใหญ่เกาะถนนดีมาก ข้างในบุขนนุ่มๆ อุ่นดีค่ะ ใส่รองเท้าคู่นี้แทบไม่ต้องแปะแผ่นให้ความร้อนเลยเพราะรองเท้าอุ่นมาก แต่หากใครกลัวหนาวต้องเดินบนหิมะและน้ำแข็งนานๆ ก็แปะให้อุ่นใจได้ค่ะ

P1020492

ที่พักนั้นเราเลือกที่ Longda ruiji business hotel harbin ราคาไม่แพงมาก อยู่ใกล้สถานีรถไฟ เพราะช่วงที่ไปเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเยอะมาก หาโรงแรมทำเลดีๆ ราคาไม่แพงมากไม่ได้เลย พักแถวนี้ก็มีข้อดีตรงที่หารถแท็กซี่ง่าย เพราะการเดินทางท่องเที่ยวที่เมืองนี้เราใช้ Taxi เป็นหลักค่ะ ราคามิเตอร์เริ่มต้นที่ 8 CNY

 

P1020502

เก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็ออกเดินเที่ยวชมเมืองท่ามกลางอากาศ -22 กันค่ะ  จุดแรกที่ไปคือ โบสถ์เซนต์โซเฟีย (St.Sophia Church)ซึ่งออกแบบและสร้างโดยสถาปนิกชาวรัสเซีย เมื่อก่อนเคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญต่างๆ ของชาวรัสเซียแต่มาถูกทำลายตอนปฏิวัติวัฒนธรรม และได้มีการสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งโดยพยายามรักษารูปแบบเดิมไว้ให้ได้มาก ที่สุด ซึ่งใช้เวลาถึง 9 ปี โดยเริ่มต้นสร้างในปี ค.ศ.1923 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1932 ถือได้ว่าเป็นโบสถ์ Greek Orthodox ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกไกลออก ตัวโบสถ์สูง 53 เมตร มีโถงหลักที่มีหลังคารูปหัวหอมสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไบแซนไทม์คล้าย กับสถาปัตยกรรมของจัตุรัสแดงในกรุงมอสโคว แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นศูนย์ศิลปะและสถาปัตยกรรม แสดงภาพถ่ายขาวดำเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองฮาร์บิน

P1020509

อากาศหนาวมาก เดินเที่ยวเล่นได้ไม่นานก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตในร้านกาแฟ

แม่น้ำซงฮัว

• แม่น้ำซงฮัว หรือ แม่น้ำซงฮัวเจียง แม่น้ำสายสำคัญของเมืองฮาร์บิน ในช่วงฤดูหนาว แม่น้ำสายนี้ก็จะกลายเป็นน้ำแข็ง กลายเป็นสถานที่พักผ่อนและเป็นสถานที่จัดกีฬาหน้าหนาว มีทั้งการเล่นสกีน้ำแข็ง สุนัขลากเลื่อนและที่ขึ้นชื่อที่สุดก็คืดการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำแข็ง เพื่อเป็นการทดสอบความแข็งแรงของร่างกาย

P1030564

น้องหมาไซบีเรียสุดชิลล์นอนรอเรียกใช้บริการ

P1030560

เหมือนรถบั๊มบ้านเรา ขาดแค่เพลงมันส์ๆเท่านั้น

P1030568

P1030577

รถม้าบริการข้ามแม่น้ำซงฮัวข้ามไปยังเกาะพระอาทิตย์

จากจุดนี้ที่แม่น้ำซงฮัว เราสามารถเดินข้ามไปยังเกาะพระอาทิตย์หรือ Sun Island ได้ค่ะ ระยะทางคร่าวๆ แล้วเราว่าประมาณ 3 กม แต่หากเดินไม่ไหวก็มีรถม้าไว้บริการ ราคาประมาณ 60 – 100 CNY ตอนที่เราเดินไปช่วง 1 กม แรกชิลล์มาก แต่หลังจากนั้นความเย็นเริ่มสะสมเข้ามาเรื่อยๆ หนาวมากจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะตอนที่เดินข้ามแม่น้ำ ถึงแม้แดดจะแรงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาชนะความหนาวเย็นได้เลย

P1030595

Screen shot 2557-01-16 at 23.48.54

ระหว่างทางเดินไปชมงานแกะสลักหิมะที่เกาะพระอาทิตย์ มีวิวสสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก ทั้งบ้านเรือน ต้นไม้ ทุกอย่างดูแปลกตาและปกคลุมไปด้วยหิมะหนาเกินครึ่งเข่า กะเหรี่ยงบ้านไม่มีหิมะแบบเราก็ตื่นตาตื่นใจกันไป มองอะไรก็สวยไปหมดจนกระทั้งความหนาวทำร้ายขั้นสุด หนาวจนไม่เอามือออกมาถ่ายรูปอีกเลย

Screen shot 2557-01-16 at 23.49.44

ระหว่างทางไปชมเทศกาลหิมะที่เกาะพระอาทิตย์

เกาะพระอาทิตย์ (Sun Island)หรือไท่หยางต่าว เกาะพระอาทิตย์เป็นเกาะขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำซงฮัวเจียง มีเนื้อที่ประมาณ 3,800 เฮคเตอร์ เดิมเป็นสถานที่พักฟื้นของกรรมกรใช้แรงงานเมืองฮาร์บิน บริเวณทางเข้ามีป้ายหินเขียนว่า ไท่หยางเต่า เป็นสถานที่หนึ่งในการจัดเทศกาลแกะสลักหิมะน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีนที่โด่งดังไปทั่วโลก สำหรับราคาเข้าชมงานแกะสลักหิมะคือ 150 CNY/1 คน  เดินชมได้ทั้งวันค่ะ ถ้าทนหนาวไหว ข้างในก็จะมีร้านกาแฟอุ่นๆ ไว้ให้เราทานแก้วละ 20CNY  (แต่รสชาด หึหึ)

Screen shot 2557-01-16 at 23.49.26

แกะสลักหิมะใหญ่มาก ในภาพนี้คือยังไม่เรียบร้อย จะเห็นคนเสื้อแดงๆ ปีนอยู่

IMG_5462

เร่งมือกันหน่อยเร็ว ยังแกะไม่เสร็จจ้ะ

IMG_5480

IMG_5484

 Ice Sculpture Festival ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะขนาด 750,000 ตารางเมตร ใช้คนงานกว่า 10,000 คนเนรมิตเมืองในจินตนาการที่ทำจากน้ำแข็งและหิมะ ในงานจะมีการประกวดแกะสลักน้ำแข็งที่จัดกันมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ในทุกๆ ปีจะมีคนเดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อมาแข่งขันกันในเทศกาลนี้ และประเทศไทยของเราก็เข้าร่วมประกวดด้วยค่ะ ปีนี้ประเทศเราได้รับรางวัลชนะเลิศการแกะสลักหิมะด้วย ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ เก่งมากๆ (ตอนไปมัวแต่หนาวเดินไม่ทั่วเลยไม่เห็นผลงานทีมไทยค่ะ ) ด้านในงานจะมีผลงานแกะสลักสวยๆ เยอะมาก ยิ่งใหญ่และหนาวสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ ค่าเข้าชมงานด้านในนั้นเราซื้อบัตรผู้ใหญ่ราคา 300 CNY 

IMG_5517

IMG_5522

Screen shot 2557-01-16 at 23.50.02

สำหรับงาน Ice Sculpture & Snow Festival ที่ฮาร์บินจะเริ่มเปิดให้เข้าชมแบบเป็นทางการตั้งแต่เดือนมกราคม – เดือนมีนาคม (แล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละปี ) หากใครชื่นชอบอากาศหนาวอยากไปลองสัมผัสเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตไปที่นี่รับรองไม่ผิดหวังค่ะ

แบกเป้เที่ยวเองนั่งรถไฟไปฮาร์บิ้น พร้อมแนะนำเทคนิคการจองตั๋ว

แชร์ประสบการณ์รักษาฝ้า ใจเย็นและใช้เวลาเป็นได้ก็หายได้นะเชื่อสิ

แบกเป้เที่ยวเองนั่งรถไฟไปฮาร์บิ้น พร้อมแนะนำเทคนิคการจองตั๋ว

พระเจ้าช่วย! ฉันป่วยเป็นโรคที่แม้แต่หมอก็เพิ่งเคยเจอ

Newer post

Post a comment