แชร์ประสบการณ์รักษาฝ้า ใจเย็นและใช้เวลาเป็นได้ก็หายได้นะเชื่อสิ

แชร์ประสบการณ์รักษาฝ้า-กระ

 

วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์รักษาฝ้า-กระ ปัญหาหนักใจอย่างหนึ่งของคนรักผิวมาให้อ่านกันค่ะ

แรกเริ่มเดิมทีทรายเป็นคนที่ไม่กลัวแดด ไม่กลัวดำ กิจกรรมกล้างแจ้งลุยเต็มที่ถึงไหนถึงกัน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทไวท์เทนนิ่งไม่เคยสนใจ ใช้แค่กันแดดเท่านั้น เพราะคิดว่าฉันไม่ได้อยากขาว ไม่จำเป็นต้องใช้ไวท์เทนนิ่งก็ได้ ใช้ชีวิตแบบนี้มาเนิ่นนานหลายปีจนวัยที่อายุเข้าสู่เลขสาม “ฝ้า” ก็เริ่มมาเยือน

กระและฝ้าของทรายเกิดขึ้นในช่วงอายุ 34 ช่วงต้นปีเริ่มสังเกตเห็นรอยสีน้ำตาลจางๆ อยู่บนหน้า ตอนนั้นสียังไม่เข้มมากก็ไม่ได้กังวลใจอะไรเท่าไหร่ เพราะเวลาที่แต่งหน้าเรายังสามารถใช้รองพื้นกลบได้ ไม่คิดว่ากวนใจ ก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นมาเรื่อยๆ จนเมื่อปีที่แล้วฝ้าชัดมากเป็นสีน้ำตาลด้านซ้ายขนาดประมาณ 0.5 Cm ส่วนด้านขวาก็กำลังก่อตัวรางๆ อีกเช่นกันก็เลยตัดสินใจปรึกษาคุณหมอที่สยามเลเซอร์ คลินิค (Siam Laser Clinic)

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักการเกิดกระและฝ้ากันก่อน กระและฝ้าเกิดจากการที่มีเม็ดสีเมลานิน (melanin pigment) สะสมในผิวหนังมากผิดปกติ ทำให้เกิดผื่นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ ปัจจัยที่ทำให้เกิดนั้นมิใช่พียงแค่รังสี UVA/UVB เท่านั้น แต่เชื่อว่าเกิดจากพันธุกรรมด้วย และเรื่องของฮอร์โมนเพศชนิดเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีผลทำให้เกิดฝ้าโดยจะสังเกตได้ว่าสตรีที่ตั้งครรภ์หรือทานยาคุมกำเนิดจะเกิดฝ้าได้มากที่สุดพอหยุดรับประทานยาหรือคลอดบุตรแล้วฝ้าจะค่อยๆ หายไปเอง

 

 

Before

Before  มีฝ้าสีน้ำตาลเข้มที่ด้านซ้าย และสีน้ำตาลรางๆ ที่ด้านขวา (ในภาพใช้กล้องหน้าค่ะ ภาพจะกลับกัน)

ก่อนที่จะมาเข้ารับการรักษาเราก็ได้หาข้อมูลมาบ้างรู้ว่ามีทั้งการทายาและทำเลเซอร์หรือที่เราเรียกว่าการยิง IPL เป็นการให้พลังงานแสงไปยังบริเวณผิวหนังที่มีรอยคล้ำจากกระหรือฝ้า ผิวหนังในส่วนที่มีเม็ดสีเมลานินปริมาณมากกว่าปกติจะดูดซับพลังงานแสงแล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน มีผลทำให้เม็ดสีเมลานินในบริเวณนั้นถูกทำลายและมีจำนวนลดลง มีผลทำให้กระหรือฝ้านั้นจางลงหรือหายไป เห็นผลการรักษาได้ค่อนข้างรวดเร็วและหลังการรักษาด้วยเลเซอร์หรือ IPL ยังคงต้องทายาเพื่อลดจำนวนเม็ดสีร่วมกับการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

หลังจากที่ปรึกษากับคุณหมอ ได้ข้อสรุปที่ตรงกับข้อมูลที่หามาคือทำเลเซอร์ และทายาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งแรกยิงเลเซอร์ หลังจากนั้นให้ยากลับมาทาที่บ้าน และหมั่นเข้ามาทำทรีทเมนท์ผลักตัวยาเข้าสู่ผิวเพื่อให้การรักษาได้ประสิทธิภาพและเห็นผลไวยิ่งขึ้น

photo-12-checker

ทำเลเซอร์ครั้งแรกบริเวณที่ทำผิวจะเป็นสีน้ำตาล และ 1-2 วันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะเริ่มตกสะเก็ดภายใน 7 วัน

photo-16-checker

ทำทรีทเมนท์เมโส นาโน เพื่อผลักตัวยาเข้าสู่ผิว ให้ผิวขาวกระจ่างใส 1ครั้ง/สัปดาห์ ทายาตามที่คุณหมอให้มาและทากันแดดทุกวัน

photo-14

หลังที่ทายาและหมั่นมาทำทรีทเมนท์ใช้เวลาผ่านไป 3 เดือน รอยสีน้ำตาลจางลงไปมาก

photo-17

ยิงเลเซอร์ครั้งที่ 2 เป็นแบบไวท์เทนนิ่งครั้งนี้ผิวไม่ตกสะเก็ดแต่มีแดงนิดหน่อยหลังจากที่ทำเสร็จ รอบนี้มีฉีด Filler Volume Lift จะเห็นได้ว่าว่าโครงหน้ายาวขึ้นและผิวกระชับขึ้นในทันที เป็นนวัตรกรรมใหม่ของที่นี่ค่ะ ตรงช่วงหัวตาข้างจมูกมีสันขึ้น และผิวหน้าดูยกกระชับได้รูป

photo-6

ล่าสุดหลังจากรักษาผ่านไป 4 เดือน

ทรายใช้เวลาในการรักษาฝ้าทั้งหมดประมาณ 4 เดือนค่ะ มีหลายคนบอกว่าฝ้ารักษายาก รักษาไม่หาย ซึ่งเราก็ไม่เถียงเพราะการรักษามันต้องใช้เวลาและใจเย็นหมั่นทายาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่จะทำให้เกิดฝ้า ไม่นานผิวสวยๆ ก็จะกลับมาอยู่กับเรา ซึ่งหากเรารีบจะเอาแต่ผลลัพธ์อยากสวยไวๆ หายไวๆ ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ที่ชำนาญ แทนที่จะสวยก็อาจจะเสียหนักกว่าเดิม ซึ่งคราวนี้จะแก้ไขก็คงลำบากจริงไหมคะ เพราะฉะนั้นเราต้องอดทนค่ะ ท่องไว้ว่าเป็นได้ก็ต้องหายได้

photo-8

photo-7

ตอนนี้เราสามารถแต่งหน้าโดยไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นก็ได้แล้วค่ะ ฝ้าหายไปเกือบ 95 % ซึ่งเราพอใจกับผิวในตอนนี้มาก ต้องขอบคุณ Siam Laser Clinic ที่ดูแลและให้คำปรึกษาอย่างดีเสมอมา ♥

 

Siam Laser Clinic

 

โทร 0-2714-9555,

สาขา Sukhumwit55(Thonglo), Siam Square, Siam Discovery, Paradise Park , Central Pinklao , Central Rama3 , Central Ladprao, Central Rama 9, Central Bangna

แชร์ประสบการณ์รักษาฝ้า ใจเย็นและใช้เวลาเป็นได้ก็หายได้นะเชื่อสิ

Gyrotonic การออกกำลังกายที่ได้ทุกส่วนของกล้ามเนื้อ

แชร์ประสบการณ์รักษาฝ้า ใจเย็นและใช้เวลาเป็นได้ก็หายได้นะเชื่อสิ

แบกเป้เที่ยวเองนั่งรถไฟไปฮาร์บิ้น พร้อมแนะนำเทคนิคการจองตั๋ว

Newer post

Post a comment